ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการสร้างบ้านและการจัดการงบประมาณในการสร้างบ้าน

           แน่นอนว่างบประมาณในการสร้างบ้านของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่จะสร้างบ้านทั้งทีก็คงต้องให้คุ้มค่ากับทุกบาททุกสตางค์ที่ต้องเสียใช่ไหมคะ ดังนั้นการจัดเตรียมงบประมาณในการสร้างบ้าน จึงสำคัญไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างบริษัทสร้างบ้าน ค่าตกแต่งภายใน ค่าก่อสร้าง เพราะถ้าไม่จัดการให้ดีงบประมาณอาจจะบานปลายได้ ไปดูการเตรียมตัวจัดการงบประมาณในการสร้างบ้านกันค่ะ ซึ่งงบประมาณที่เราต้องเตรียมแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ



ค่าการก่อสร้างบ้าน ค่าใช้จ่ายตั้งแต่งานโครงสร้าง งานสถาปัตย์ฯ รวมถึงงานระบบไฟฟ้า งานระบบประปาและสุขาภิบาล เพื่อให้ได้บ้านหนึ่งหลังที่มีความแข็งแรง ใช้อยู่อาศัยได้ยาวนาน ตรงกับความต้องการของแต่ละคนในบ้านทั้งขนาดและพื้นที่ใช้สอย

ค่างานตกแต่งภายในและเฟอร์นิเจอร์ หรือ “งานอินทีเรีย” เป็นส่วนเติมเต็มให้บ้านเป็นบ้านอย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น การตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ทั้งแบบลอยตัวและแบบบิวท์อิน รวมถึงผ้าม่าน และโคมไฟประดับตกแต่งต่างๆ ซึ่งงบตรงส่วนนี้จะมากน้อยขึ้นอยู่กับวัสดุที่เลือกใช้ ความพอใจและสไตล์ของแต่ละคน

ค่าสิ่งก่อสร้างรอบบริเวณและงานสวน งานที่ทำให้พื้นที่รอบบ้านสวยงามและสดชื่น ด้วยต้นไม้ใบหญ้าอันเขียวขจี และของตกแต่งต่างๆ ที่ถูกจัดวางอย่างประณีต รั้วล้อมรอบบ้านที่เป็นสไตล์เดียวกับบ้านบ่งบอกอาณาบริเวณและความปลอดภัยไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงบ่อปลาและสระว่ายน้ำที่ช่วยขับบรรยากาศอันรื่นรมย์

              นอกจากนี้ยังต้องดูเรื่องผู้รับสร้างบ้าน ราคาจะแตกต่างกัน การจะเลือกควรตัดสินใจจากประสบการณ์ในการทำงาน ฝีมือ รวมถึงความละเอียดประณีตและความครบถ้วนสมบูรณ์แบบองค์รวม ซึ่งจะมีผลต่อคุณภาพผลงานที่จะออกมาเป็นบ้านหนึ่งหลังของเรา จะเห็นว่างบประมาณที่ต้องเตรียมนั้นจะแปรผันแตกต่างไปตามแต่ละปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ขนาดพื้นที่ใช้สอย รูปแบบและความซับซ้อนของบ้าน วัสดุที่เลือกใช้ รวมถึงสไตล์ความชอบของแต่ละคนอย่าลืมบริหารงบประมาณกันให้ดีนะคะ
แหล่งที่มา scgbuildingmaterials.com

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เนื้องอกมดลูก ภัยเงียบสำหรับผู้หญิงถึงไม่ร้ายแรงแต่ก็ควรรักษาโดยเร็ว

เนื้องอกมดลูก (Myoma uteri หรือ Uterine fibroid) ไม่ใช่มะเร็ง แต่เป็นโรคของกล้ามเนื้อมดลูกที่มีการเจริญมากขึ้นผิดปกติจนเกิดเป็นเนื้องอก เป็นโรคที่พบได้บ่อยมากประมาณ 25% ของผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 35 ปี ขึ้นไป พบได้มากที่สุดในช่วงอายุ 40-50 ปี (แต่อาจพบในหญิงวัยสาวก็ได้) โดยส่วนมากแล้ว เนื้องอกในมดลูก ที่มีขนาดเล็กจะไม่ก่อให้เกิดอาการผิดปกติอันใด เว้นแต่เนื้องอกในมดลูกที่มีขนาดโตก็อาจมีอาการแสดงผิดปกติไปบ้าง ยกตัวอย่างเช่น เลือดออกผิดปกติในช่องคลอด หรืออาการประจำเดือนมามากผิดปกติ แต่บางรายก็มีเลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างมีประจำเดือน หรือหลังมีประจำเดือนนานเกิน 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการปวดประจำเดือนหน่วง ๆ ที่ท้องน้อย หรือมีอาการปวดหลังส่วนล่างอย่างหนักในช่วงมีประจำเดือนร่วมด้วย ปัสสาวะบ่อย ปวดหัวหน่าว หากเนื้องอกมดลูกมีขนาดโตและกดเบียดตัวมดลูก อาจทำให้เกิดอาการปวดหน่วง ๆ บริเวณหัวหน่าว ปัสสาวะถี่ขึ้น เพราะเนื้องอกไปกดทับท่อปัสสาวะ จึงทำให้จุได้น้อยลง เกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น ท้องผูก อาจมีอาการท้องผูกเรื้อรังเนื่องจากเนื้องอกมดลูกไปกดเบียดบริเวณท...

6 กาแฟโบราณ โอยัวะ โอเลี้ยง โอเลี้ยงจ้ำบ๊ะ โอเลี้ยงยกล้อ โกปี้ กาแฟเย็น

เสน่ห์ของ “ กาแฟโบราณ ” อยู่ที่ความหอมของเมล็ดกาแฟคุณภาพดีที่ผ่านการคั่วบดอย่างพอเหมาะ ผสานกับรสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม เมื่อรินผ่านน้ำแข็งทุบละเอียด เติมความหวานมันด้วยนมสด จะดูดหรือจะดื่มก็ชื่นใจ หายเหนื่อย วันนี้เราก็ได้รวบรวมกาแฟเย็นโบราณ 6 อย่างมาแนะนำกันค่ะ โอยัวะ   คำนี้มาจากภาษาจีนแต้จิ๋ว “โอ” แปลว่า ดำ “ยัวะ” แปลว่า ร้อน รวมคำกันจึงแปลได้ว่าเป็นกาแฟดำร้อน เป็นอเมริกาโนแบบไทยโบราณที่ไม่ใส่ครีมหรือน้ำตาลนั่นเอง เรียกได้ว่าเข้มข้นสุดติ่งตาค้างตาแข็งกันเลย โอเลี้ยง   ลดระดับความเข้มลงมาอีกนิด แต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้นด้วยน้ำตาลไม่กี่ช้อนชาก็จะกลายเป็น “โอเลี้ยง” ซึ่งคำนี้มาจากภาษาจีนแต้จิ๋ว เป็นเครื่องดื่มของชาวจีนที่อพยพมาหลังสมัยกรุงศรีอยุธยา “โอ” แปลว่า ดำ ส่วนคำว่า “เลี้ยง” แปลว่าเย็น เมื่อรวมคำกันก็กลายเป็นกาแฟดำใส่น้ำแข็ง โอเลี้ยงจ้ำบ๊ะ   เป็นโอเลี้ยงดี ๆ นี่เอง โดยจะใช้น้ำหวานสีแดงหรือน้ำหวานสีเขียวแทนน้ำตาลทราย กลิ่น และรสชาติจึงหอมหวานไปอีกแบบ ส่วนที่มาของชื่อนั้นเชื่อว่ามาจากน้ำแข็งไสจ้ำบ๊ะที่ใช้น้ำหวานสีแดงหรือสีเขียวราด โอเลี้ย...

เข้าสู่หน้าร้อนทีไร ค่าไฟพุ่งทุกที !! ไปดูวิธีการเลือกซื้อพัดลมช่วยเซฟค่าไฟกันค่ะ

อุณภูมิบ้านเรามันร้อนอบอ้าวสุดแสนจะทนหลายคนเลือกที่จะพักผ่อนอยู่บ้านแบบไม่ต้องไปเผชิญแสงแดดที่แสบร้อน ซึ่งวิธีคลายร้อนที่ได้รับความนิยมและดีที่สุดนอกจากเปิดแอร์ ก็คือ พัดลมนี่แหละไม่ว่าจะเป็น พัดลมตั้งโต๊ะ  พัดลมติดผนัง  วันนี้เราเลยหยิบเอาวิธีการเลือกซื้อพัดลมให้ประหยัดไฟมาฝากกันค่ะ 1. เลือกพัดลมที่มีเครื่องหมายมาตรฐานรับรองความปลอดภัย  หรือที่เราเรียกว่า (มอก.) เพราะพัดลมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานมานั้นได้รับการทดสอบมาแล้วว่าใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าไม่สิ้นเปลืองพลังงานเสียเปล่าไป นอกจากนี้ยังมั่นใจได้ว่าพัดลมที่ซื้อมาสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย 2. เลือกพัดลมให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน  ควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน โดยพิจารณาจากจำนวณคนและพื้นที่ในการใช้งาน เช่น ถ้าใช้เพียงคนเดียว ไม่เกิน 2 คน ก็เลือกซื้อพัดลมแบบตั้งโต๊ะก็พอ เพราะพัดลมประเภทนี้จะมีขนาดมอเตอร์ที่เล็กกว่า และกำลังไฟฟ้าที่ใช้ก็น้อยกว่า จึงช่วยประหยัดพลังงานได้ดีกว่าพัดลมแบบตั้งพื้นและเพดานนั่นเอง 3. เลือกซื้อพัดลมที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5  การเลือกซื้อพัดลมที่มีฉลากประหยัดไฟเบอ...