ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เผยเทคนิค ช่วยลดงบประมาณสร้างบ้าน ไม่ให้งบบานปลาย

            งบสร้างบ้านเป็นเรื่องสำคัญในการสร้างบ้านด้วยยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ดเช่นนี้ แน่นอนว่าต้องมีเงินเย็นสักก้อนโต เพื่อนำมาสร้างบ้านของตนเองให้สำเร็จ แต่บ่อยครั้งที่การสร้างบ้านมักมีปัญหางบบานปลาย วันนี้มีวิธีกาคุมงบในการสร้างบ้านแบบประหยัดมาฝากกันค่ะ



1. เลือกผู้รับเหมาหลากหลาย
ควรมองหาบริษัทสร้างบ้านหรือผู้รับเหมาหลากหลายเจ้าเพื่อเปรียบเทียบหาเจ้าที่ดีที่สุด ภายใต้งบประมาณ ประวัติการงาน ดูคุณภาพผลงานที่ผ่านมา อาจจะขอเบอร์ติดต่ออดีตลูกค้าที่ผ่านมาเพื่อตรวจสอบข้อมูลก็ได้ อย่ากลัวว่าจะเสียเวลามากเกินไปกับการคัดเลือกผู้รับเหมา ให้มองว่าเป้าหมายผู้ที่จะสร้างบ้านเรานั้น ต้องเป็นผู้รับเหมาที่เคารพการตัดสินใจเรา ควบคุมงบประมาณก่อสร้างได้ มีความน่าเชื่อถือ

2. เน้นเปิดโล่ง
บ้านขนาดเล็กควรเน้นสร้างสิ่งที่ต้องการใช้งานได้จริง แน่นอนว่าบ้านขนาดเล็กย่อมใช้ งบสร้างบ้าน ต่ำกว่าบ้านหลังโต แต่ถ้าหากเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ ควรเน้นสร้างบ้านแบบโปร่งโล่ง เพื่อความยืดหยุ่นในการใช้สอยประโยชน์พื้นที่นอกจากนี้ ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้ด้วย เช่น งานผนังภายใน, ประตู, ทางเดิน, สายไฟหรือท่อประปา เป็นต้น

3. เลือกสเปควัสดุที่จำเป็น
วิธีเลือกวัสดุที่จำเป็น อย่างอะไรที่อยู่ด้านในบ้าน ที่ไม่จำเป็นต้องโชว์ความสวยงาม อย่างโซนซักล้างหลังบ้าน อาจเลือกใช้อาจเทปูนเปือยธรรมดา หรือใช้หินธรรมชาติมาตกแต่ง แทนการปูกระเบื้อง ก็จะช่วยค่าใช้จ่ายไปได้

4. หาแหล่งวัสดุอุปกรณ์เองบ้าง
อาจมีข้าวของบางอย่างที่เราสามารถหาได้ในราคาที่ถูกกว่า หรือของที่ถูกใจเราได้มากกว่า เช่น เครื่องทำน้ำอุ่น หากเปรียบเทียบแล้ว ของที่เราหาได้ถูกใจและราคาถูกกว่า เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ก็ช่วยลด งบสร้างบ้าน ได้เช่นกัน

5DIY เฟอร์นิเจอร์เลือกใช้
งานก่อสร้างมักจะมีของเสียเป็นวัสดุ ที่เราสามารถนำกลับมาใช้ในรูปแบบอื่นได้ จากความคิดสร้างสรรค์ของเราเอง เช่น นำไม้อัดเหลือใช้มาสร้างชั้นวางของ, เอากระเบี้องที่แตก มาวางเพิ่มลวดลายบนพื้นปูนหน้าบ้าน เป็นต้น

ก็เป็นวิธีเล็กๆ น้อยๆ ที่สามารถช่วยลดงบประมาณในการสร้างบ้านลงได้นะคะ เพียงรู้จักวิธีเลือก ตัดของไม่จำเป็น เท่านี้ก็สามารถเนรมิตสร้างบ้าน ราคาประหยัดได้อย่างง่ายดาย

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เนื้องอกมดลูก ภัยเงียบสำหรับผู้หญิงถึงไม่ร้ายแรงแต่ก็ควรรักษาโดยเร็ว

เนื้องอกมดลูก (Myoma uteri หรือ Uterine fibroid) ไม่ใช่มะเร็ง แต่เป็นโรคของกล้ามเนื้อมดลูกที่มีการเจริญมากขึ้นผิดปกติจนเกิดเป็นเนื้องอก เป็นโรคที่พบได้บ่อยมากประมาณ 25% ของผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 35 ปี ขึ้นไป พบได้มากที่สุดในช่วงอายุ 40-50 ปี (แต่อาจพบในหญิงวัยสาวก็ได้) โดยส่วนมากแล้ว เนื้องอกในมดลูก ที่มีขนาดเล็กจะไม่ก่อให้เกิดอาการผิดปกติอันใด เว้นแต่เนื้องอกในมดลูกที่มีขนาดโตก็อาจมีอาการแสดงผิดปกติไปบ้าง ยกตัวอย่างเช่น เลือดออกผิดปกติในช่องคลอด หรืออาการประจำเดือนมามากผิดปกติ แต่บางรายก็มีเลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างมีประจำเดือน หรือหลังมีประจำเดือนนานเกิน 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการปวดประจำเดือนหน่วง ๆ ที่ท้องน้อย หรือมีอาการปวดหลังส่วนล่างอย่างหนักในช่วงมีประจำเดือนร่วมด้วย ปัสสาวะบ่อย ปวดหัวหน่าว หากเนื้องอกมดลูกมีขนาดโตและกดเบียดตัวมดลูก อาจทำให้เกิดอาการปวดหน่วง ๆ บริเวณหัวหน่าว ปัสสาวะถี่ขึ้น เพราะเนื้องอกไปกดทับท่อปัสสาวะ จึงทำให้จุได้น้อยลง เกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น ท้องผูก อาจมีอาการท้องผูกเรื้อรังเนื่องจากเนื้องอกมดลูกไปกดเบียดบริเวณท...

6 กาแฟโบราณ โอยัวะ โอเลี้ยง โอเลี้ยงจ้ำบ๊ะ โอเลี้ยงยกล้อ โกปี้ กาแฟเย็น

เสน่ห์ของ “ กาแฟโบราณ ” อยู่ที่ความหอมของเมล็ดกาแฟคุณภาพดีที่ผ่านการคั่วบดอย่างพอเหมาะ ผสานกับรสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม เมื่อรินผ่านน้ำแข็งทุบละเอียด เติมความหวานมันด้วยนมสด จะดูดหรือจะดื่มก็ชื่นใจ หายเหนื่อย วันนี้เราก็ได้รวบรวมกาแฟเย็นโบราณ 6 อย่างมาแนะนำกันค่ะ โอยัวะ   คำนี้มาจากภาษาจีนแต้จิ๋ว “โอ” แปลว่า ดำ “ยัวะ” แปลว่า ร้อน รวมคำกันจึงแปลได้ว่าเป็นกาแฟดำร้อน เป็นอเมริกาโนแบบไทยโบราณที่ไม่ใส่ครีมหรือน้ำตาลนั่นเอง เรียกได้ว่าเข้มข้นสุดติ่งตาค้างตาแข็งกันเลย โอเลี้ยง   ลดระดับความเข้มลงมาอีกนิด แต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้นด้วยน้ำตาลไม่กี่ช้อนชาก็จะกลายเป็น “โอเลี้ยง” ซึ่งคำนี้มาจากภาษาจีนแต้จิ๋ว เป็นเครื่องดื่มของชาวจีนที่อพยพมาหลังสมัยกรุงศรีอยุธยา “โอ” แปลว่า ดำ ส่วนคำว่า “เลี้ยง” แปลว่าเย็น เมื่อรวมคำกันก็กลายเป็นกาแฟดำใส่น้ำแข็ง โอเลี้ยงจ้ำบ๊ะ   เป็นโอเลี้ยงดี ๆ นี่เอง โดยจะใช้น้ำหวานสีแดงหรือน้ำหวานสีเขียวแทนน้ำตาลทราย กลิ่น และรสชาติจึงหอมหวานไปอีกแบบ ส่วนที่มาของชื่อนั้นเชื่อว่ามาจากน้ำแข็งไสจ้ำบ๊ะที่ใช้น้ำหวานสีแดงหรือสีเขียวราด โอเลี้ย...

เข้าสู่หน้าร้อนทีไร ค่าไฟพุ่งทุกที !! ไปดูวิธีการเลือกซื้อพัดลมช่วยเซฟค่าไฟกันค่ะ

อุณภูมิบ้านเรามันร้อนอบอ้าวสุดแสนจะทนหลายคนเลือกที่จะพักผ่อนอยู่บ้านแบบไม่ต้องไปเผชิญแสงแดดที่แสบร้อน ซึ่งวิธีคลายร้อนที่ได้รับความนิยมและดีที่สุดนอกจากเปิดแอร์ ก็คือ พัดลมนี่แหละไม่ว่าจะเป็น พัดลมตั้งโต๊ะ  พัดลมติดผนัง  วันนี้เราเลยหยิบเอาวิธีการเลือกซื้อพัดลมให้ประหยัดไฟมาฝากกันค่ะ 1. เลือกพัดลมที่มีเครื่องหมายมาตรฐานรับรองความปลอดภัย  หรือที่เราเรียกว่า (มอก.) เพราะพัดลมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานมานั้นได้รับการทดสอบมาแล้วว่าใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าไม่สิ้นเปลืองพลังงานเสียเปล่าไป นอกจากนี้ยังมั่นใจได้ว่าพัดลมที่ซื้อมาสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย 2. เลือกพัดลมให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน  ควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน โดยพิจารณาจากจำนวณคนและพื้นที่ในการใช้งาน เช่น ถ้าใช้เพียงคนเดียว ไม่เกิน 2 คน ก็เลือกซื้อพัดลมแบบตั้งโต๊ะก็พอ เพราะพัดลมประเภทนี้จะมีขนาดมอเตอร์ที่เล็กกว่า และกำลังไฟฟ้าที่ใช้ก็น้อยกว่า จึงช่วยประหยัดพลังงานได้ดีกว่าพัดลมแบบตั้งพื้นและเพดานนั่นเอง 3. เลือกซื้อพัดลมที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5  การเลือกซื้อพัดลมที่มีฉลากประหยัดไฟเบอ...