ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แหล่งแบบบ้านสวยๆที่ได้จากแต่ละที่ มีข้อดีข้อเสียกันยังไงบ้าง



            เมื่อคิดจะมีบ้านสักหลังเป็นของตัวเอง นอกจากงบประมาณที่ตั้งไว้แล้ว สิ่งต่อมาคือการมองหาแบบบ้านตามงบประมาณนั้น ซึ่งแหล่งที่มาของแบบบ้านก็มีหลายช่องทางด้วยกัน เรามีข้อดีข้อเสียของแต่ละแหล่งมาให้ดูกันค่ะ

1. จ้างสถาปนิกและวิศวกรออกแบบ อาจจะคิดว่า "ค่าจ้างสถาปนิกและวิศวกรแพงเกินไป ดูไม่คุ้มค่าเลย" แต่แท้จริงแล้วเงินไม่กี่เปอร์เซ็นต์ที่จ่ายให้สถาปนิกและวิศวกรเป็นส่วนที่คุ้มค่าหากเทียบกับปัญหาที่จะตามมาในภายหลังอย่างน้ำรั่ว ผนังร้าว หลังคาพัง ห้องแคบไป พื้นที่ไม่พอใช้ รวมไปถึงไม่มีการระบายอากาศที่ดี ทำให้ต้องคอยเรียกช่างมาซ่อมบ่อย ขณะที่การออกแบบที่ดีโดยสถาปนิกนั้น บางครั้งอาจไม่ต้องปรับปรุงต่อเติมเลย

2. แบบบ้านสำเร็จรูปจากหนังสือ วิธีนี้อาจช่วยประหยัดค่าออกแบบได้บางส่วน แต่สุดท้ายก็ต้องจ้างคนมาทำแบบใหม่ แบบจากหนังสืออาจเป็นเพียงแรงบันดาลใจในการไปคุยกับสถาปนิกว่าเราต้องการบ้านแบบไหน

3.แบบบ้านฟรีจากเขต หรือ อบต. วิธีการนี้จะสะดวกรวดเร็วในขั้นตอนของการขออนุญาตก่อสร้าง เมื่อขออนุญาตผ่านแล้วจึงดำเนินการหาผู้รับเหมาและก่อสร้างได้เลย แต่ถ้าแบบที่ได้อาจยังไม่เหมาะที่จะสร้างในพื้นที่ของเรา จึงจำเป็นต้องมีการปรับแบบให้เหมาะสมกับที่ดินของเราก่อนค่ะ

4.แบบบ้านจากบริษัทสร้างบ้าน รับเหมาเบ็ดเสร็จ บริษัทเหล่านี้จะให้บริการหลายรูปแบบแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่จะเป็นบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงงานก่อสร้างแล้วเสร็จ บางบริษัทมีทีมนักออกแบบ ทีมวิศวกร และผู้เชี่ยวชาญครบ เจ้าของบ้านที่อาจไม่มีเวลา เพราะบริษัทสร้างบ้านจะช่วยให้งานเสร็จและจบลงได้ด้วยดี

อย่างไรก็ดี เจ้าของบ้านส่วนหนึ่งใช้วิธีการว่าจ้างสถาปนิกไม่ว่าจะเป็นรูปแบบบริษัทหรือสถาปนิกอิสระในออกแบบบ้านตั้งแต่เริ่มต้น โดยถึงแม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการให้บริการตามมาตรฐานวิชาชีพ แต่เจ้าของบ้านจะได้แบบบ้านที่สมบูรณ์ เหมาะสมกับลักษณะที่ดิน และมีรูปแบบที่ไม่ซ้ำใคร

แหล่งที่มา home.co.th

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เนื้องอกมดลูก ภัยเงียบสำหรับผู้หญิงถึงไม่ร้ายแรงแต่ก็ควรรักษาโดยเร็ว

เนื้องอกมดลูก (Myoma uteri หรือ Uterine fibroid) ไม่ใช่มะเร็ง แต่เป็นโรคของกล้ามเนื้อมดลูกที่มีการเจริญมากขึ้นผิดปกติจนเกิดเป็นเนื้องอก เป็นโรคที่พบได้บ่อยมากประมาณ 25% ของผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 35 ปี ขึ้นไป พบได้มากที่สุดในช่วงอายุ 40-50 ปี (แต่อาจพบในหญิงวัยสาวก็ได้) โดยส่วนมากแล้ว เนื้องอกในมดลูก ที่มีขนาดเล็กจะไม่ก่อให้เกิดอาการผิดปกติอันใด เว้นแต่เนื้องอกในมดลูกที่มีขนาดโตก็อาจมีอาการแสดงผิดปกติไปบ้าง ยกตัวอย่างเช่น เลือดออกผิดปกติในช่องคลอด หรืออาการประจำเดือนมามากผิดปกติ แต่บางรายก็มีเลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างมีประจำเดือน หรือหลังมีประจำเดือนนานเกิน 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการปวดประจำเดือนหน่วง ๆ ที่ท้องน้อย หรือมีอาการปวดหลังส่วนล่างอย่างหนักในช่วงมีประจำเดือนร่วมด้วย ปัสสาวะบ่อย ปวดหัวหน่าว หากเนื้องอกมดลูกมีขนาดโตและกดเบียดตัวมดลูก อาจทำให้เกิดอาการปวดหน่วง ๆ บริเวณหัวหน่าว ปัสสาวะถี่ขึ้น เพราะเนื้องอกไปกดทับท่อปัสสาวะ จึงทำให้จุได้น้อยลง เกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น ท้องผูก อาจมีอาการท้องผูกเรื้อรังเนื่องจากเนื้องอกมดลูกไปกดเบียดบริเวณท...

6 กาแฟโบราณ โอยัวะ โอเลี้ยง โอเลี้ยงจ้ำบ๊ะ โอเลี้ยงยกล้อ โกปี้ กาแฟเย็น

เสน่ห์ของ “ กาแฟโบราณ ” อยู่ที่ความหอมของเมล็ดกาแฟคุณภาพดีที่ผ่านการคั่วบดอย่างพอเหมาะ ผสานกับรสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม เมื่อรินผ่านน้ำแข็งทุบละเอียด เติมความหวานมันด้วยนมสด จะดูดหรือจะดื่มก็ชื่นใจ หายเหนื่อย วันนี้เราก็ได้รวบรวมกาแฟเย็นโบราณ 6 อย่างมาแนะนำกันค่ะ โอยัวะ   คำนี้มาจากภาษาจีนแต้จิ๋ว “โอ” แปลว่า ดำ “ยัวะ” แปลว่า ร้อน รวมคำกันจึงแปลได้ว่าเป็นกาแฟดำร้อน เป็นอเมริกาโนแบบไทยโบราณที่ไม่ใส่ครีมหรือน้ำตาลนั่นเอง เรียกได้ว่าเข้มข้นสุดติ่งตาค้างตาแข็งกันเลย โอเลี้ยง   ลดระดับความเข้มลงมาอีกนิด แต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้นด้วยน้ำตาลไม่กี่ช้อนชาก็จะกลายเป็น “โอเลี้ยง” ซึ่งคำนี้มาจากภาษาจีนแต้จิ๋ว เป็นเครื่องดื่มของชาวจีนที่อพยพมาหลังสมัยกรุงศรีอยุธยา “โอ” แปลว่า ดำ ส่วนคำว่า “เลี้ยง” แปลว่าเย็น เมื่อรวมคำกันก็กลายเป็นกาแฟดำใส่น้ำแข็ง โอเลี้ยงจ้ำบ๊ะ   เป็นโอเลี้ยงดี ๆ นี่เอง โดยจะใช้น้ำหวานสีแดงหรือน้ำหวานสีเขียวแทนน้ำตาลทราย กลิ่น และรสชาติจึงหอมหวานไปอีกแบบ ส่วนที่มาของชื่อนั้นเชื่อว่ามาจากน้ำแข็งไสจ้ำบ๊ะที่ใช้น้ำหวานสีแดงหรือสีเขียวราด โอเลี้ย...

เข้าสู่หน้าร้อนทีไร ค่าไฟพุ่งทุกที !! ไปดูวิธีการเลือกซื้อพัดลมช่วยเซฟค่าไฟกันค่ะ

อุณภูมิบ้านเรามันร้อนอบอ้าวสุดแสนจะทนหลายคนเลือกที่จะพักผ่อนอยู่บ้านแบบไม่ต้องไปเผชิญแสงแดดที่แสบร้อน ซึ่งวิธีคลายร้อนที่ได้รับความนิยมและดีที่สุดนอกจากเปิดแอร์ ก็คือ พัดลมนี่แหละไม่ว่าจะเป็น พัดลมตั้งโต๊ะ  พัดลมติดผนัง  วันนี้เราเลยหยิบเอาวิธีการเลือกซื้อพัดลมให้ประหยัดไฟมาฝากกันค่ะ 1. เลือกพัดลมที่มีเครื่องหมายมาตรฐานรับรองความปลอดภัย  หรือที่เราเรียกว่า (มอก.) เพราะพัดลมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานมานั้นได้รับการทดสอบมาแล้วว่าใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าไม่สิ้นเปลืองพลังงานเสียเปล่าไป นอกจากนี้ยังมั่นใจได้ว่าพัดลมที่ซื้อมาสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย 2. เลือกพัดลมให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน  ควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน โดยพิจารณาจากจำนวณคนและพื้นที่ในการใช้งาน เช่น ถ้าใช้เพียงคนเดียว ไม่เกิน 2 คน ก็เลือกซื้อพัดลมแบบตั้งโต๊ะก็พอ เพราะพัดลมประเภทนี้จะมีขนาดมอเตอร์ที่เล็กกว่า และกำลังไฟฟ้าที่ใช้ก็น้อยกว่า จึงช่วยประหยัดพลังงานได้ดีกว่าพัดลมแบบตั้งพื้นและเพดานนั่นเอง 3. เลือกซื้อพัดลมที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5  การเลือกซื้อพัดลมที่มีฉลากประหยัดไฟเบอ...