ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รวมปัญหา “ผนังแตก รอยร้าว” อาจไม่น่ากลัว แต่ก็ไม่ควรปล่อยไว้



                รอยร้าวที่เกิดขึ้นภายในบ้าน เป็นปัญหาที่กวนใจเจ้าของบ้านอย่างมากเลยนะคะ แน่นอนเห็นแล้วคงเป็นกังวลเพราะไม่รู้ว่าจะมีผลกระทบกับโครงสร้าง ความมั่นคงแข็งแรงของตัวบ้าน หรือเป็นแค่รอยแตกลายงาของผนังที่ฉาบไม่ดีกันแน่ ตามไปดูกันค่ะว่ารอยร้าวที่เราเห็นอยู่ที่บ้านนั้นเป็นรอยร้าวแบบไหน ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของบ้านหรือไม่ พร้อมการแก้ปัญหา

รอยร้าวแตกลายงา
·         สาเหตุ เกิดจากงานฉาบที่ไม่ได้มาตราฐาน เมื่อผนังผ่านความชื้นและการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมินานเข้า จึกเกิดการยืดขยายและกลายเป็นรอยร้าวในที่สุด
·         วิธีแก้ไข –สามารถฉาบปิดลงไปให้เสมอกันได้ โดยการกรีดบริเวณรอยร้าวให้เป็นปากฉลาม กว้างประมาณ 2 มิลลิเมตร แล้วใช้ปูนกาวโป๊เก็บตรงบริเวณรอยต่อ ขัดให้เรียบ และทาสีชนิดปกปิดรอยร้าว
·         ข้อควรระวัง – ควรให้ผู้รับเหมาสร้างบ้านมาจัดการรอยร้าวประเภทนี้เสียแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันรอยร้าวไปมากกว่านี้


รอยร้าวที่มุมวงกบประตูหน้าต่าง
·         สาเหตุ – มักเกิดกับวงกบไม้ที่มีการยืดหดตัวสูง ทำให้เกิดรอยร้าวที่ปูนฉาบรอบๆวงกบ หรือไม่ได้ใส่ลวดกรงไก่ที่ขอบซึ่งปูนชนกับวงกบเพื่อกันปูนแตก
·         วิธีแก้ – ขัดแต่งรอยร้าวให้เรียบร้อย จากนั้นจึงฉาบปิดลงไปให้เสมอกัน
·         ข้อควรระวัง – หากรอยแตกลามยาวไปถึงขอบผนัง อาจต้องพิจารณาการล้มออกจากแนวดิ่งของโครงสร้าง ทำให้การรับน้ำหนักเยื้องออกจากแนวเสาและอาจทำให้บ้านล้มได้ในที่สุด


รอยร้าวที่พื้นและผนังห้องน้ำ
·         สาเหตุ – ห้องน้ำที่ไม่ได้กรุวัสดุปิดผิว เช่น แผ่นกระเบื้อง มักเกิดปัญหารอยร้าวที่พื้นและผนังอันเนื่องมาจากความชื้น ดูไม่ร้ายแรง แต่ก็ส่งผลให้เกิดการรั่วซึมขึ้นได้ โดยเฉพาะห้องน้ำในชั้นบน
·         วิธีแก้ – ทำระบบกันซึมและติดตั้งวัสดุปิดผิวให้เรียบร้อย
·         ข้อควรระวัง – หากรอยร้าวดังกล่าวเป็นสาเหตุของการรั่วซึม ควรตรวจดูว่าการรั่วซึมนั้นมีสีสนิมออกมาด้วยหรือไม่ เพราะอาจส่งผลกระทบถึงเหล็กเส้นในโครงสร้าง


หากพบรอยร้าวตามที่กล่าวมา หรือไม่แน่ใจ ควรรีบปรึกษาผู้รับเหมาสร้างบ้าน หรือวิศวกรที่มีความชำนาญเข้าตรวจสอบอย่าปล่อยให้รอยร้าวลุกลามไปมากกว่าเดิมนะคะ


ขอบคุณข้อมูลจาก baanlaesuan.com

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เนื้องอกมดลูก ภัยเงียบสำหรับผู้หญิงถึงไม่ร้ายแรงแต่ก็ควรรักษาโดยเร็ว

เนื้องอกมดลูก (Myoma uteri หรือ Uterine fibroid) ไม่ใช่มะเร็ง แต่เป็นโรคของกล้ามเนื้อมดลูกที่มีการเจริญมากขึ้นผิดปกติจนเกิดเป็นเนื้องอก เป็นโรคที่พบได้บ่อยมากประมาณ 25% ของผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 35 ปี ขึ้นไป พบได้มากที่สุดในช่วงอายุ 40-50 ปี (แต่อาจพบในหญิงวัยสาวก็ได้) โดยส่วนมากแล้ว เนื้องอกในมดลูก ที่มีขนาดเล็กจะไม่ก่อให้เกิดอาการผิดปกติอันใด เว้นแต่เนื้องอกในมดลูกที่มีขนาดโตก็อาจมีอาการแสดงผิดปกติไปบ้าง ยกตัวอย่างเช่น เลือดออกผิดปกติในช่องคลอด หรืออาการประจำเดือนมามากผิดปกติ แต่บางรายก็มีเลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างมีประจำเดือน หรือหลังมีประจำเดือนนานเกิน 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการปวดประจำเดือนหน่วง ๆ ที่ท้องน้อย หรือมีอาการปวดหลังส่วนล่างอย่างหนักในช่วงมีประจำเดือนร่วมด้วย ปัสสาวะบ่อย ปวดหัวหน่าว หากเนื้องอกมดลูกมีขนาดโตและกดเบียดตัวมดลูก อาจทำให้เกิดอาการปวดหน่วง ๆ บริเวณหัวหน่าว ปัสสาวะถี่ขึ้น เพราะเนื้องอกไปกดทับท่อปัสสาวะ จึงทำให้จุได้น้อยลง เกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น ท้องผูก อาจมีอาการท้องผูกเรื้อรังเนื่องจากเนื้องอกมดลูกไปกดเบียดบริเวณท...

6 กาแฟโบราณ โอยัวะ โอเลี้ยง โอเลี้ยงจ้ำบ๊ะ โอเลี้ยงยกล้อ โกปี้ กาแฟเย็น

เสน่ห์ของ “ กาแฟโบราณ ” อยู่ที่ความหอมของเมล็ดกาแฟคุณภาพดีที่ผ่านการคั่วบดอย่างพอเหมาะ ผสานกับรสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม เมื่อรินผ่านน้ำแข็งทุบละเอียด เติมความหวานมันด้วยนมสด จะดูดหรือจะดื่มก็ชื่นใจ หายเหนื่อย วันนี้เราก็ได้รวบรวมกาแฟเย็นโบราณ 6 อย่างมาแนะนำกันค่ะ โอยัวะ   คำนี้มาจากภาษาจีนแต้จิ๋ว “โอ” แปลว่า ดำ “ยัวะ” แปลว่า ร้อน รวมคำกันจึงแปลได้ว่าเป็นกาแฟดำร้อน เป็นอเมริกาโนแบบไทยโบราณที่ไม่ใส่ครีมหรือน้ำตาลนั่นเอง เรียกได้ว่าเข้มข้นสุดติ่งตาค้างตาแข็งกันเลย โอเลี้ยง   ลดระดับความเข้มลงมาอีกนิด แต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้นด้วยน้ำตาลไม่กี่ช้อนชาก็จะกลายเป็น “โอเลี้ยง” ซึ่งคำนี้มาจากภาษาจีนแต้จิ๋ว เป็นเครื่องดื่มของชาวจีนที่อพยพมาหลังสมัยกรุงศรีอยุธยา “โอ” แปลว่า ดำ ส่วนคำว่า “เลี้ยง” แปลว่าเย็น เมื่อรวมคำกันก็กลายเป็นกาแฟดำใส่น้ำแข็ง โอเลี้ยงจ้ำบ๊ะ   เป็นโอเลี้ยงดี ๆ นี่เอง โดยจะใช้น้ำหวานสีแดงหรือน้ำหวานสีเขียวแทนน้ำตาลทราย กลิ่น และรสชาติจึงหอมหวานไปอีกแบบ ส่วนที่มาของชื่อนั้นเชื่อว่ามาจากน้ำแข็งไสจ้ำบ๊ะที่ใช้น้ำหวานสีแดงหรือสีเขียวราด โอเลี้ย...

เข้าสู่หน้าร้อนทีไร ค่าไฟพุ่งทุกที !! ไปดูวิธีการเลือกซื้อพัดลมช่วยเซฟค่าไฟกันค่ะ

อุณภูมิบ้านเรามันร้อนอบอ้าวสุดแสนจะทนหลายคนเลือกที่จะพักผ่อนอยู่บ้านแบบไม่ต้องไปเผชิญแสงแดดที่แสบร้อน ซึ่งวิธีคลายร้อนที่ได้รับความนิยมและดีที่สุดนอกจากเปิดแอร์ ก็คือ พัดลมนี่แหละไม่ว่าจะเป็น พัดลมตั้งโต๊ะ  พัดลมติดผนัง  วันนี้เราเลยหยิบเอาวิธีการเลือกซื้อพัดลมให้ประหยัดไฟมาฝากกันค่ะ 1. เลือกพัดลมที่มีเครื่องหมายมาตรฐานรับรองความปลอดภัย  หรือที่เราเรียกว่า (มอก.) เพราะพัดลมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานมานั้นได้รับการทดสอบมาแล้วว่าใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าไม่สิ้นเปลืองพลังงานเสียเปล่าไป นอกจากนี้ยังมั่นใจได้ว่าพัดลมที่ซื้อมาสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย 2. เลือกพัดลมให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน  ควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน โดยพิจารณาจากจำนวณคนและพื้นที่ในการใช้งาน เช่น ถ้าใช้เพียงคนเดียว ไม่เกิน 2 คน ก็เลือกซื้อพัดลมแบบตั้งโต๊ะก็พอ เพราะพัดลมประเภทนี้จะมีขนาดมอเตอร์ที่เล็กกว่า และกำลังไฟฟ้าที่ใช้ก็น้อยกว่า จึงช่วยประหยัดพลังงานได้ดีกว่าพัดลมแบบตั้งพื้นและเพดานนั่นเอง 3. เลือกซื้อพัดลมที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5  การเลือกซื้อพัดลมที่มีฉลากประหยัดไฟเบอ...